2012/May/31

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ผมได้ไปรับรู้นิยามการเริ่มที่จะวาดรูปของมนุษย์เข้า

จากสาระคดีทางศิลปะของชาวเผ่าอะบอริจิ้นผู้หนึ่ง
 
ในรายการผู้ดำเนินรายการที่ดูเหมือนจะเป็นนักวิชาการทางศิลปะ เธอได้ถามศิลปินชาวเผ่าว่า...

(บทสนทนากลางทุ่งหญ้าโล่งไกลสุดลูกกหูลูกตา)

"ทำไมคุณถึงวาดรูป" 

ศิลปินในคราบของคนจรไร้บ้านตอบกับเข้าว่า

"เมื่อคุณนั่งลงแล้วไม่ได้วาดรูปคุณจะเหงา" 

...
 
แล้วบทสนทนาก็จบลงง่ายๆ แบบนี้ 
 
-----------------------------------------------

...จากนิยามของผม...

ศิลปะมีไว้ให้เราเดินทางไปในความสุขของตนเอง 

เป็นความสุขที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก

และนั่นคือธรรมชาติ

...

(หากคุณเป็นคนที่สร้างศิลปะได้เอง

ไม่ว่าจะแขนงไหน

คุณคือผู้สร้างความสุข(อย่างน้อยๆก็สำหรับตนเอง)

จงอย่าหยุดทำมันนะครับ

นั่นคือสมบัติในโลกนี้ที่คุณค้นพบในตนเอง

สมบัติที่ระบบทุนนิยมไม่ได้ให้คุณมา

เพราะโลกทุนนิยมความสุขคือการซื้อ จอง ยึดครอง และ อวดอ้าง)
 
 
 

2012/May/04



การโกหกที่ 1

 


ณ กลางใจทะเลใหญ่ที่มีแต่หมู่เกลียวคลื่นที่ไม่เป็นมิตร


พีดีโด้หุ่นไม้ลอยอยู่ในถังไวน์กับเจ้าหนอนแมลงวัน


เขากำลังจดบันทึกชีวะประวัติของตนเอง


เพราะเมื่อมาคิดๆ ดูแล้ว


ร้อยปีพันปีจะมีสักทีไหม ที่หุ่นไม้จะกลายร่างเป็นเหมือนดั่งมนุษย์ นั่นคือ


พูดได้


เดินได้


กินได้


และโกหกได้


หากเรื่องนี้ถูกทำเป็นนิยายคงได้ขายดี รวยกันไปเป็นสิบๆ ชาติ

แต่บทแรกที่เขาเริ่มเขียนก็มีปัญหาเสียแล้ว


เมื่อเจ้าหนอนแมลงวันได้ถูกขอให้อ่านออกเสียง


(และนี่คือกล่าวเปิดนิทานบทที่หนึ่ง)

 

***


สวัสดีเราคือหุ่นได้พีดีโด้


เราโตมาในตระกูลสูงศักดิ์

ชายผู้สร้างเรามา เป็นถึงช่างไม้นักทำหุ่นระดับโลก

ด้วยความดีงามในสายอาชีพที่เขามีให้แก่มวลมนุษย์


ทำให้นางฟ้าอยากจะมอบพรของขวัญอันสุดพิเศษให้


จึงได้เสกเราให้มีชีวิต


เราเปรียบเสมือนบุตรชายผู้ทอแสงประกายเต็มนภา


เพราะพ่อของเรามุ่งมั่นแต่ทำงานจนลืมที่จะหาภรรยาคู่ใจ


เราจึงเกิดมาเพื่อให้ความสุขแก่เขา


เป็นตัวแทนของความสุขและความสัจ

แต่ก็มีเหตุบางอย่างทำให้เราต้องเดินทางไกลห่างจากผู้เป็นพ่อที่เรารักยิ่ง


การออกเดินทางมีไว้ให้เหล่าลูกผู้ชายเสมอ เราเตรียมใจไว้แล้ว


ตอนนี้ยังไม่เหมาะควรที่เราจะบอกว่าเรากำไรจะเดินทางไปไหน...และเพื่ออะไร


แต่หากได้อ่านเรื่องราวต่อไปท่านคงจะรู้ได้เอง


***





 

เจ้าหนอนแมลงวันอ่านมาถึงตรงนี้ก็ต้องเปือนหน้าหนี


เพราะเยลลี่กลิ่นไข่เน่ากำลังงอกออกมาจากปลายจมูกของเจ้าหุ่นไม่หยุด


“นี่ขนาดเขียนบันทึกตัวเอง ยังต้องโกหกอีกเหรอ “


เจ้าหนอนเอ่ย

“หากเราเขียนความจริงใครเล่าจะอยากอ่าน เดี๋ยวนี้เรื่องโกหกพกลมขายดีจะตาย”


เจ้าหุ่นไม้พูด


“หากเจ้าเขียนความจริง ข้าตัวนึงนี่แหละจะอ่าน”


เจ้าหนอนสวนกลับเสียงอู้อี้ขณะกำลังกลั้นหายใจ


“ท่านช่างเป็นเพื่อนที่แสนดี”


“ไม่หรอก...ก ข้าก็แค่ไม่อยากให้ทะเลแถวนี้มีแต่เยลลี่ไข่เน่าลอยอืดไปทั่วก็เท่านั้น”


“ถึงอย่างนั้นท่านก็เป็นเพื่อนที่แสนดี”


สิ้นเสียงคำว่า “เพื่อนที่แสนดี...” จมูกของเจ้าหุ่นไม้พีดีโด้ก็ยาวย้วยเป็นเยลลี่ไม่หยุด


แล้วเขาก็เริ่มเขียนนิทานชีวะประวิติบทใหม่ บทที่คิดว่าน่าจะจริง...


ทะเลที่เกรี้ยวกราดค่อยๆ สงบลงเพราะฤทธิ์ของกลิ่นเยลลี่ไข่เน่า


 หรือเพราะเรื่องเล่านี้น่าสนใจก็ไม่ทราบได้

 

 


(โปรดติดตามบทต่อไป... จะช้าหรือเร็วไม่อาจบอกได้)



2012/Mar/30

แล้วก็มาถึงงานสัปดาห์หนังสืออีกครั้ง

นับจากวันแรกที่ผมได้มีหนังสือรวมเล่ม นี่ก็ผ่านมาจะ 6 ปีแล้ว

มีงานออกมาเยอะพอประมาณ

ขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

แต่ด้วยคนอ่านกลุ่มหนึ่งทำให้ผมยังอยู่ได้

ขอบคุณทุกท่านเหล่านั้นมากนะครับ

เข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว ผมก็ยังคงทำงานออกมาเช่นเคย

โดยมีทั้งงานที่ไปแจมกับคนอื่น

และงานส่วนตัว

ดังนี้


-------------------------


เล่มที่1


 


ผลงานที่ได้ไปร่วมแจมเล่มแรกคือ ขาวดำ ฉบับ เรื่องลึกลับในร้านกาแฟ ค่าย Fullstop

เรื่องราวของร้านกาแฟลึกลับกับเหล่าวัยรุ่นนักบิด



 
 
ตอนที่ทำเรื่องนี้ ก็หาข้อมูลเกี่ยวกับร้านกาแฟเยอะแยะ

กินกาแฟไปหลายแก้ว จนปวดหัว

ดูข่าววัยรุ่น จนปวดตับ จนได้ความลึกลับในแบบฉบับเด็กแว๊น

หากเทียบเป็นรสกาแฟผมว่ามันคือกาแฟกลิ่นควันท่อไอเสีย กินยาก มีฤทธิ์กดประสาท

แต่ใส่มาในแก้วสวยสะดุดตาที่ใครเห็นก็อดใจไม่ได้ที่จะกระดกทีเดียวหมด

------------------------


เล่มที่ 2




ผลงานไปร่วมแจม ฉบับปล่อยของ 5,137 ค่าย LET'S comic

หนังสือที่แปลกประหลาดมาพร้อมแว่นตา 3 มิติ มีการ์ตูนพิลึกๆ ภาพถ่าย บทความ นิทาน โมเดล

แถมมีเพลงประกอบการ์ตูนด้วย
 
 
 
เรื่องของลูกผู้ชาย  ความแค้น ความเจ็บปวด การ์ตูนกึ่งเรื่องเล่า ผสมความเป็นไทยในอวกาศ

หากใส่แว่น 3 มิติ(ที่แจกมาในเล่ม)อ่าน จะได้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในอวกาศจริงๆ

 นั่นคือ จะมีแสงประกายเลเซอร์จากโทนสีแดงพวยพุ่งเป็นระยะ และจะเวียนหัว

ผลงานแนวทดลองที่อยากให้ได้ลิ้มลอง

--------------------------------------------------

เล่มที่ 3
 



ผลงานร่วมแจม กับหนังสือชื่อขัดใจวัยรุ่น " The Tist " (เดอะติส)
 
รวบรวมนักเขียนหลากหลาย เหมือนกินอาหารบุฟเฟ่ต์ เผ็ด เปรี้ยว หวาน ครบรส

ผมเองก็ไปเขียนการ์ตูนสั้นเรื่อง "พลังที่เดียวดาย" เอาไว้

ยังไงก็ฝากชิมด้วย หากอ่านเรื่องอื่นๆ จนจุกแล้ว ก็ให้พักเรื่องผมไว้ให้ท้องว่างก่อน...

------------------------

เล่มที่ 4 (พิเศษสุด)

 
 
ไม่ต้องพูดอะไรเยอะกับเล่มนี้


หมูหมีเป็นอะไรที่ไร้สาระ และเหมือนจะมีความรู้ ปนกันมั่วซั่วไปหมด


หลายต่อหลายคนบอกว่าชอบมัน


จนผมสงสัยว่าชอบอะไรในมัน...


ความไร้สาระงั้นรึ...


ไม่มีใครรู้

หากอยากรู้ล่ะก็

หาคำตอบได้ในเล่ม


.......................................


และยังมีผลงานเก่าๆ ที่อยากฝากเอาไว้เช่นเคย







 
 
 
 
 


 
 
 
 



ขายมานานไม่หมดเราก็วนมาขายใหม่


ไม่กลัวอดกลัวอาย กลัวเพียงปลวกกับน้ำจะมากินหนังสือไป
 
ทุกเล่มรักเหมือนลูก


หลายคนบอกลูกผมเกเร ก้าวร้าว ใจร้าย เศร้าหมอง ลามก ไม่หล่อ ไม่เท่ห์


แต่ผมเชื่อว่าลูกของผมลึกๆ แล้วใจดี และมีเหตุผลพอ


แม้ใครจะยังไง ต่อให้ใครไม่รัก

ผมก็รักลูกๆ ผมทุกเล่ม


แล้วก็อยากให้ทุกคนลองรักมันดูบ้าง

 
 
----

สุดท้ายนี้ หากเจอลูกของผมที่ใด อยากให้ท่านเอ็นดู ยืนดู จับต้อง

หากเสาอากาศของท่านสื่อสารตรงกันกับเด็กๆ เหล่านี้

ขอจงรับเขาไปเลี้ยงที่บ้าน

อย่าปล่อยใ้ห้ปลวกเอาเขาไปกิน



...จากพ่อเด็กกำพร้าที่ขยันสร้างเด็ก...


...........

ปล. และห้ามพลาด!!!  หากอยากมีรัก หรืออยากให้ของขวัญคนรัก





จัดเล่มนี้ไป 1 เล่ม (เป็นอย่างต่ำ)

แล้วท่าจะ อบอุ่น สดใส หัวใจพองโต

--------------------------------------


แล้วเจอกันครับ


ปล.2









รักใครชอบใครให้ไปหาให้ถูกที่ถูกเวลานะจ๊ะ



---



สวัสดีครับ

ไตรภัค

พ่อเด็กกำพร้า

PUCK






MeMory_PUCK