PUCK-WORLD

 

 

 

 

 

 

ค้างคาวไฟ

 

มันเป็นแอปเปิ้ลผลใหญ่และแดงสด

 ผิวแดงของมันเปล่งปลั่งกว่าแอปเปิ้ลผลใดๆ ที่เจ้าค้างคาวเคยเห็นมา

เจ้าค้างคาวจินตนาการถึงรสสัมผัสที่มันจะได้รับจากผลแอปเปิ้ลแสนสวยนี้

เนื้อที่แน่น หวานฉ่ำ ละมุนลิ้นยามได้เคี้ยว นั่นคงเป็นสวรรค์เดียวที่ข้าจะรับรู้ได้

อณูความสุข จินตนาการที่พาเจ้าค้างคาวหลงเพลินอยู่ในวงกตสวยงาม

เจ้าค้างคาวเพ่งมองจ้องผลแอปเปิ้ลอย่างกับขอทานจ้องมองหญิงสูงศักดิ์

ที่เปรียบเทียบเช่นนั้นก็เพราะว่า เจ้าค้างคาวรู้ดีว่ามิอาจได้ลิ้มลองรสหวานของผลแอปเปิ้ลเป็นแน่

มันจ้องมองปีกของตนที่เป็นรูโหว่

ปีกพิการนี้คงทำให้มันได้ลิ้มลองแต่เพียงเศษเดนแมลงบนพื้น

ด้วยความอาภัพกลัดหนองตรอมตรมในใจ  เจ้าค้างคาวจึงตะโกนขึ้น

หากค้างคาวพิการเช่นข้าจะมีวิธีไหนสักวิธีที่จะทำพาให้ข้าได้ลิ้มรสหวานฉ่ำนั้นล่ะก็”

“ข้าจะยอมมอดไหม้ทันทีทันใด  เมื่อข้าได้สมดังใจ

สิ้นเสียงรำพึงไม่นานนักคำขอก็ดูจะมีผู้รับข้อเสนอไป

พระอาทิตย์ผู้เฝ้ามองทุกๆ สรรพชีวิตได้ฟังคำร้องขออย่างน่าเวทนาก็อดที่จะสงสารมิได้

ด้วยอิทธิฤทธิ์ที่มีของตนจึงดลบันดาลปีกใหม่ให้เจ้าค้างคาวได้โผบิน

เจ้าค้างคาวจ้องมองปีกใหม่ของตนที่เต็มไปด้วยไฟ

ไฟที่ติดและอุดรูโหว่ ของความพิการนั้น

บัดนี้ดวงอาทิตย์ได้ส่งปีกที่ลุกเป็นไฟให้กับเจ้าค้างคาวพิการเพื่อเป้าหมายอันหอมหวาน

เจ้าค้างคาวไม่รอช้าโผบินดั่งม้าโดนหวดแซ่ แม้ไฟจะลุกกัดกินเนื้อเพียงใด

แต่ความเจ็บปวดนั้นมันก็ยอมรับได้ เพื่อเป้าหมายเดียวที่กำลังจะบรรลุ

เพียงไม่กี่อึดใจ ปีกไฟก็นำพาเจ้าค้างคาวมาโฉบเกาะบนยอดลำต้นเจ้าสาวที่มันเฝ้าฝัน

เจ้าค้างคาวสูดกลิ่นและค่อยๆลูบไล้เจ้าสาวแอปเปิ้ลของมันด้วยปลายลิ้น

อย่างเนิบช้า คล้ายเพลงรักที่บรรเลงอย่างไม่รีบร้อน

ก่อนจะกัดกินผลเจ้าสาวนั้นเสีย

คำแรกเมื่อฝังเขี้ยวลงไป...ช่างหอมหวานดั่งน้ำผึ้งทิพย์

คำที่สองเมื่อได้ลิ้มรส...คล้ายดั่งรักแรกที่ผลิบาน

คำที่สามที่สี่เหมือนได้บินท่องไปเที่ยวเล่นบนแดนสวรรค์

แต่แล้ว!!!

เมื่อเจ้าคางคาวกลืนกินเจ้าสาวแสนสวยจนหมดสิ้นได้เพียงไม่นาน

ปีกไฟที่ได้รับมาก็ลุกลามไปยังหัว ไปยังหาง จนทั่วทั้งตัว

เป็นดั่งคำสัญญาที่มันเคยได้ให้ไว้

“ว่าเมื่อใดที่ได้สมอย่างใจ จะยอมมอดไหม้ไปเสีย”

และแล้วความสุขที่ได้ซึมซับเพียงไม่นานก็ได้มอดไหม้เสียแล้ว

คำร้องขอไร้ศักดิ์ศรีของมันนั้น ทำให้ความสุขอยูได้ไม่นาน

ก่อนเจ้าคางคาวจะมอดไหม้จนหมด  มันได้ตะโกนขึ้นว่า

“ข้าโกหกๆ!!! ที่ข้าบอกว่าจะมอดไหม้ยามได้ดั่งใจน่ะ”

“ข้าโกหกทั้งเพ”

***

ท้ายสุดแล้วเจ้าคางคาวพิการก็ได้กลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับความสุขชั่วครู่

ดวงอาทิตย์ที่เฝ้ามองมัน แม้จะเวทนาเพียงใด

แต่สัญญาก็ต้องเป็นไปตามนั้น

หากแต่เจ้าคางคาวพิการจะรู้อย่างที่ดวงอาทิตย์รู้  

ว่า...

 

“ความสุขไม่มีคำว่าพอ”

 

มันคงจะไม่ร้องขอแบบนั้นเป็นแน่...

 

 

 

 
 
 
 

ลูกโป่งของเธอ

 

แถวนี้หาซื้อลูกโป่งอย่างที่เป็นลูกโป่งจริงๆยากเหลือเกิน

ลูกโป่งใสๆ ที่ไร้ลวดลายและผูกด้วยป่านด้ายสีขาวเส้นยาวๆ

 

เมื่อครั้งที่เราเริ่มคบกัน หากจะนับ ฉันว่ามันก็นานอยู่

หรือไม่มันอาจจะสั้นไปสำหรับความสุข

การที่ฉันด่วนจากไปโดยไม่ลาทำให้เธอลืมฉันง่ายขึ้น

เหมือนลูกโป่งที่ลอยหายไปยามที่เราจะต้องเข้าบ้าน

เธอพูดแบบนั้น

แม้เธอจะหลงรักลูกโป่งมากเพียงใดแต่การจะนำมันเข้าไปในบ้านนั้นก็เป็นเรื่องที่เธอไม่ชอบใจ

มันจะชนฝา

กระทบพัดลม

เสียดสีไปกับเสี้ยนไม้

ปัง!!!

สุดท้ายแล้วมันก็จะแตก เป็นการจากลาที่เปิดเผยและเสียงดัง อย่างที่เธอเกลียด

 

17...18...หรือ 19 เดือนกันนะ ที่ฉันจากเธอไป

ฉันจำมันไม่ได้แล้ว และคิดว่าเธอคงจะไม่ได้นับเช่นกัน

การทบทวนกับเรื่องราวของเรา ดูจะคล้ายมวลอากาศธาตุ มันจับต้องอะไรไม่ได้เลย

ได้แต่ลอยไปลอยมาและวนเวียนมาสู่ฉันและเธอยามไม่รู้ตัว

คล้ายๆวันนี้ ที่ฉันหวนกลับมาพบเจอเธออีกครั้ง

ฉันหาเหตุผลที่ดูเหมาะสมที่สุด  เพื่อการพบเจอเธอในครั้งนี้อยู่นาน จนคิดได้ว่า...

วันนี้ไง เป็นวันที่ฉันซื้อลูกโป่งให้เธอครั้งแรกไง จำได้มั้ย

แววตาของเธอประหนึ่งจอบเสียมที่กำลังเริ่มขุดหาความทรงจำที่เธอกลบฝังเอาไว้

...

 

เป็นเวลาครู่ใหญ่ที่เราต่างถูกเวลาอันเงียบงันกักไว้

และแล้ว เธอก็ฉุดดึงฉันขึ้นมาจากหลุมแห่งความรักที่เธอฝังเอาไว้

 

อะฉันยื่นลูกโป่งฝูงใหญ่ให้กับเธอ มันเต้นระรี้ระริกคล้ายมีชีวิตยามต้องลม

แล้วท้องฟ้าก็ได้ละเลงตนเองเป็นสีชมพูแสบตา

เราต่างยิ้มให้กันอีกครั้ง พูดคุยเรื่องเก่าๆกันอีกครั้ง

...มีความสุขกันอีกครั้ง...

ก่อนกาลเวลาจะยาวนานเกินพอดี ฉันจึงพูดออกไปว่า

ได้เวลากอดลาฉันแล้วล่ะ

วันนี้เธอว่าง่ายกว่าทุกๆครั้ง

ระวังซี่โครงจะทิ่มตานะกอดแรงซะแบบนี้  ฉันพูดปนเสียงหัวเราะเบาๆ

เราสวมกอดกันยาวนานกว่าการกอดลาของใครๆในโลกที่เคยบันทึกไว้

ในใจฉันรู้ดีว่า  ความคิดถึงของเรานั้นจะเป็นคล้ายดั่งลูกโป่งที่เธอบอก

แม้จะรัก แต่ก็ไม่อาจนำพาเข้าไปภายในบ้าน

มันขัดใจเกินไปที่จะเห็นวันแตกดับ

***

แล้วฉันจะลอยไป

ลูกโป่งของเธอจะจ้องมองเธออยู่บนนั้น

ฉันนึกขณะที่อยู่ในอ้อมกอดลาที่ยาวนาน

แสนนาน...

 

 

 

 
 
 
 
 เนื่องจากคุณแม่ นายทุนใหญ่ของบ้านเสนอให้ทำบ้านนก
 
พ่อผมเลยจัดแจงประกอบจากไม้ที่เหลือจากการต่อเติมบ้าน
 
ประกอบมาเป็นบ้านนกสุดหรู หากดูภายในจะซอยห้องย่อยให้้นกเช่าอยู่ได้ถึง 6 ห้อง
 
มีช่องระบายอากาศเย็นสบาย ทำเลดีใกล้ชิดต้นมะขาม ติดใจกลางเมือง ไปมาสะดวก บินไปไม่ไกลก็เจอโลตัส
 
ออกแบบสวยหรูโดยมีผมเป็นมัณฑนากรวาดรูปนกยักษ์นักสู้ที่กำลังกินคนอยู่เป็นประตูหน้าบ้านให้นกทั้งหลาย
 
 
 
วาดเสร็จแล้วแม่ก็ถามว่า
 
"แล้วนกมันจะมาอยู่เหรอ น่ากลัวแบบนี้..."
 
นั่นสินะ...
 
 
 
ปล.เป็นวันพักผ่อนที่ได้ทำงานกับครอบครัวอีกวัน...ไม่ได้ทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วน้า...
 
 
 
...วันพักของไตรภัค...
 
 
 
  ปล.2 พรุ่งนี้วันงาน LET"S MEET แล้วนะครับ อย่าลืมไปกันล่ะ แล้วเจอกัน
 
ใครงงว่า LET"S MEET คืออะไร
 
จิ้มเข้าไปดูได้ที่นี่
 
 
 
 
 
 
 
 

MeMory_PUCK