ต้นไม้ทั้งป่าค่อยๆเหี่ยวเฉา
แม้แสงแดดดี ดินอุดม ลมเย็น จะยังคงอยู่
น้ำฝนยังคงโปรยปรายต้องใบของข้าอย่างเช่นเคย
แต่ข้าก็ดันเหี่ยวเฉาเสียนี่
ไร้เหตุผลสิ้นดีกับคำว่ารัก
“หากมีคำคำนั้นอยู่ร่างกายของเจ้าจะไม่เป็นของเจ้าอีกต่อไป”
เพื่อนของข้า เจ้ากวางป่านัยน์ตาสีเขียวผู้สยบหมี พูดไว้เช่นนั้น
เมื่อมีรักนั้น แรกเริ่มมันจะส่งผลสุกให้เจ้าได้ชิมจนลิ้นแสบ
แล้วเมื่อรสหวานฝังลึกลงในทุกอณูใจของเจ้าแล้วนั้น
เจ้าก็จะมูมมามกลืนกินผลสุกนั้นแม้กระทั่งเมล็ด
แล้วเมล็ดผลนั้นจะฝังตัวลงในกาย ค่อยๆเติบโตอย่างช้าๆ
งอกงามเป็นเหมือนปุยนุ่นอุ่นนุ่มปกคลุมหัวใจเจ้าให้อุ่น
ในเวลาไม่นานความรู้สึกดี แสนสบายที่เกิดขึ้น จะทำให้เจ้าเคยตัว
แล้วปุยนุ่นอ่อนละมุนที่เจ้าหลงก็จะหดหายคล้ายจะจากไป
รสหวานในช่วงชีวิตที่เจ้าลิ้มลอง จะทำให้เจ้ารู้สึกอยากจะเหนี่ยวรั้งเมล็ดผลสุกนั้นไว้ให้งอกต่อไป
ดูเหมือนเจ้าจะเหนี่ยวรั้งให้งอกต่อไปได้...แต่ไม่นาน...มันก็จะกลายจากไป
ใช่แล้ว...กลาย...จากไป
กลายเป็นพิษร้าย...จากไปไกลแม้อยู่ใกล้...
เฉกเช่นความเจ็บปวดที่ล่องหน
รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด...แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวตนมันอยู่ที่ใด
.
.
.
ข้าไม่เชื่อคำของเจ้ากวางนั้น(เท่าใดนัก)
เพราะลึกๆแล้วรักยังคงสวยงามเสมอ หากเราเข้าใจในรัก
แต่ความเหี่ยวเฉาที่เกิดจากรักสูญนั้นคงยากจะควบคุม
ข้าเชื่อในรักของท่านเสมอนะเจ้าหญิง
ท่านเคยบอกว่าชอบข้าเวลาข้าสดใสใช่มั้ย
แต่ข้าทำตัวให้สดใสโดยไร้ท่านมิได้เสียนี่
โอ้รักข้า...ข้าอยากเชื่อในรักข้า...อีกครั้ง
ยามนี้ป่าไร้ชีวิต
สรรพสิ่งดีๆที่ยังมีก็ดูเหมือนไม่มี
ข้าอยากให้ตอนนี้ มีช่างไม้สักคนผ่านมา...
...แล้วตัดข้าเสีย...
อืม...ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าม้าและสัตว์ป่าหลายหมู่กำลังเคลื่อนตัวมาทางนี้
ในใจข้าหวังให้หนึ่งในเสียงฝีเท้าเหล่านั้น สักคนเป็นช่างไม้...
edit @ 27 Apr 2009 17:08:16 by puck