2010/Feb/08

 

 

 

ผมนอนแผ่กายอยู่ในอ่างใบใหญ่

เปิดพัดลมเบอร์แรงสุดแต่เหงื่อกลับออกเต็มหลัง

พยายามบีบนวดมือให้เลือดไหลเวียนแต่กลับชาไปทั่วทั้งแขนขา

ความเงียบที่เคยคุ้นชินกลับจูงมือผมพุ่งสู่ความสับสนที่น่ากลัว

ผมจับดินสอที่ชำรุดขีดเขียนความคิดพิการๆ

เส้นและตัวหนังสือต่างพิกลพิการง่อนเปลี้ยเช่นกัน

ภาพร่างนานาถูกวาดและเขียนขึ้นเพื่อการปลดปล่อยพิษร้ายในกายออกมา

นานวันผมยิ่งร่าง

นานวันสารพิษที่ปลดปล่อยยิ่งเพิ่มพูน

สารพิษที่ผมนำออกมาไม่ได้ไปไกลเกินกว่าอ่างของผมที่นอนแช่มือแช่ตีนอยู่

มันกลั่นตัวเป็นน้ำข้นดำ

เนินนานที่ผมกลั่น...

...นานวันจนมันปริ่ม

วนเวียนไปเช่นนั้น

ผมยังคงนอนแช่ในอ่าง

แนบชิดสนิทกับสารพิษที่ผมปล่อย

หัวเราะร่ากับร่างที่ง่อยเปลี้ย

กับความคิดที่ง่อยเปลี้ย

แล้ว...ค่อยๆเลื่อนตัวจมลง

ซื้ด...ซื้ด...

สูดพิษนั่นเข้าออกจนชุ่มปอด

สำลักน้ำข้นดำ

แล้วหลับไป

...

 

(น้ำข้นดำลดลงไปกว่าครึ่งอ่างหลังการสูดกลืนของผม)

 

(และอีกเดี๋ยวผมก็จะตื่นเพื่อกลั่นมันให้เต็มอ่างอีกครั้ง)

 

 

 

 

 

2010/Feb/03

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เป็นอีกเดือนที่ต้องทำอะไรหลายต่อหลายอย่างในเวลาเดียวกัน(ในเวลาที่จำกัด)
 
อยากตะโกนดังๆว่า
 
 
 
มันห่าอะไรกันนักหนา !!!
 
 
 
ก็ได้แต่ตะโกนในลำคอ
 
แต่พอมานึกดูดีๆ
 
ว่าไอ้เรานี่จะบ่นไปทำไม
 
หากไม่ทำก็คงไม่มีเงิน
 
ไม่มีอนาคต
 
ไม่มีคุณค่าในตนเอง...
 
ตกลงจริงๆแล้วผมก็เขียนมันเพราะเงินเหรอ...หรือยังไงกัน
 
อยากย้อนกลับไปตอนที่ไม่ต้องสนใจอะไร ไม่ต้องสนใจว่าจะต้องเขียนมากน้อยเท่าไร
 
...
 
เหนื่อยจัง...
 
 
ยามหลับตาตอนนี้ผมเริ่มจะฝันร้ายอีกครั้งแล้ว
 
 
ผมจดจำสีของน้ำทะเล แสงแดด ฟ้าที่ปลอดโปร่งไม่ได้แล้ว
 
ยาวนานแค่ไหนกันที่ไม่ได้ไปที่นั่น
 
ฮ้า...า
 
 
(บ่นเสร็จแล้วก็ไปทำงานต่อได้แล้ว ไตรภัค)
 
 
 
ปล.คาแร็กเตอร์มากมายนั้นอีกไม่นานคงจะได้เห็นกันครับ ไม่ช้าไม่นานนี้แหละ
 
 
 
 (...ช่วยเป็นกำลังให้ผมด้วย...)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

2010/Jan/31

 
 
 
แผลที่หาย
 
ฉันหามันไม่เจอ
 
เธอหามันไม่พบ
 
จางหายไป
 
แต่ยังคงเจ็บปวด
 
1..2..3..4
 
ฉันลองจิ้มนับความเจ็บปวดอย่างสุ่มเดา
 
มันยังคงเจ็บปวดโดยไร้แผล
 
ยามนี้บาดแผลฉันล่องหนได้
 
ยามนี้ใครๆต่างมองหาแผลฉันไม่เจอ
 
มันล่องหน
 
แต่
 
ดวงตาฉันแสดงออกถึงมันอย่างชัดเจน
 
 
 
...
 
 
 
 
 
 

MeMory_PUCK